Nannipat's profileMiNGPhotosBlogLists Tools Help

Nannipat Jongmyluck

Occupation
Location
เรียนจบมาเทอมนึงละ

MiNG

December 23

สุขสันต์วันเกิด

วันที่ 23 ธันวาคมแล้ว
 
สุขสันต์วันเกิดนะ........มิ้ง
 
เราไม่รู้ว่าต่อไปเราจะก้าวไปทางไหน
 
แต่หวังว่าเราจะก้าวไปอย่างถูกต้องสักครั้ง
 
ขอให้เจอเรื่องดีๆนะ ^^
 
 
 
 
 
 
November 26

รักแห่งสยาม

ขอบคุณ คุณมะเดี่ยวที่สร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมา

ถึงผมจะพบกับคนที่ไม่เห็นด้วยกับมันเต็มไปหมด

แต่ผมชอบมัน และหวังว่าจะมีคนชอบมันให้มากกว่านี้

หนังไทยดีๆ มีไม่กี่เรื่องที่ผมเคยดูมา

หลังจาก 15 ค่ำ เดือน 11 แล้ว ก็คือหนังเรื่องนี้นั่นแหละ
 
 
 
สรุปสั้นๆ หนังดี เปิดใจในการรับชม รับรองว่าดี
November 20

คืนนี้ผมได้พบกับความจริงข้อนึง

คืนนี้ผมได้พบความจริงข้อนึง

ของบางอย่าง ถึงมันจะอยู่มาได้อย่างมั่นคงมานานเท่าไหร่

ซักวันนึง มันก็ต้องสูญสลายไป
 
มันก็คงเหมือนกับชมรมวาทะ และศิลปบันเทิงที่ผมรัก
 
เมื่อวันที่ผมยังเป็นเพียงรุ่นน้อง
 
ผมมองเห็น และชื่นชมรุ่นพี่หลายต่อหลายคนที่อยู่ในนั้น
 
ผมชื่นใจ และภูมิใจกับผลงานที่รุ่นพี่ได้ทำ
 
ความคิดเมื่อตอนนั้นคือ "ในคณะนี้ก็ยังมีคนเจ๋งๆ อยู่ว่ะ"
 
นั่นคือความประทับใจแรก เมื่อผมได้เห็น "สไลด์คน" ตอนที่ผมเข้ามาเป็นเฟรชชี่
 
มันไม่ใช่แค่ตลกสนุกสนาน สำหรับผมมันคือความสุดยอด
 
ขณะที่เรียนจบปี 1 เมื่อความศรัทธาเริ่มลดน้อยลง
 
เกรดที่ย่ำแย่ ความรู้สึกแปลกแยกที่ต้องมาเรียนอยู่ในคณะนี้
 
ไม่มีอะไรที่เข้ากับผมได้เลย ผมควรเดินออกไปจากที่นี่ซะ
 
ถึงจะลังเลกับการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่ออีก 3 ปี
 
แต่เมื่อเพื่อนมาชวนให้มาทำสไลด์คนด้วยกัน
 
ผมก็ตอบตกลงทันที ผมตอบตกลงด้วยความยินดียิ่ง
 
เพื่อนที่ชวนผมคนนั้น หายหน้าจากชมรมนี้ไปก่อนผมซะอีก
 
เมื่อผมก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกคนนึงในชมรม แต่เพื่อนบางคนก็หายหน้าไปทันทีหลังจากจบสไลด์คน
 
ผมเองก็มีสายรหัส สายรหัสผมคือ 11
 
พี่สายรหัสคนั้น รุ่นพี่ในชมรมยังไม่รู้ว่าเค้าเป็นใครด้วยซ้ำ
 
ผมไม่ค่อยจะใส่ใจหรอก ตลอดปี 2 ที่ผมอยู่ชมรมวาทะฯ
 
ผมใช้เวลากับการทำกิจกรรม ทั้งไปช่วยเชียร์โต้วาที เป็นพระเอกอ๋อมแอ๋ม คิดการแสดงลอยกระทง
 
สิ่งเหล่านี้ ตอนผมอยู่ปี 1 ผมยังไม่เคยเห็นมันด้วยซ้ำ
 
แต่ผมก็ทำมันออกมาด้วยความสุข และเสียดายเหลือเกินที่ไม่เข้าชมรมนี้ตั้งแต่ปี 1
 
ผมมีความสุข แต่ไม่ได้ถามเพื่อนๆที่ร่วมทำงานด้วยกันในชมรมว่าเค้ามีความสุขด้วยรึเปล่า
 
ผมไม่รู้......รู้แต่ว่า แม้คนจะน้อย แต่พวกเราก็เหนื่อยมาด้วยกันทุกคน
 
บรรยากาศการทำงานครั้งนั้น มันช่างน่าคิดถึงเหลือเกิน
 
ผมยอมที่จะกลับบ้านดึกดื่น ทะเลาะกับแฟน
 
ผมเลิกกับแฟนขณะทำงานลอยกระทง แต่กลับได้พบว่า ผมมีความสุขเพียงไรในการทำงานชิ้นนี้
 
ผมไม่นึกถึงเรื่องอื่นเลย ตอนนั้นงานลอยกระทงสำคัญที่สุด
 
กลับบ้านดึกดื่น ผมก็ยังคิดท่าเต้นต่อ นั่งเรียนในห้องก็ยังคิดแต่เรื่องท่าเต้น
 
เกรดที่มันเคยย่ำแย่เมื่อตอนเรียนปี 1 ก็กลับดีขึ้นอย่างน่าประหลาด มันเป็นความจริง
 
ถึงจะไม่ดีเลิศ แต่มันอยู่ในเกณฑ์ที่ผมพอใจแล้ว
 
ผมจึงรู้สึกขำ ที่เมื่อน้องซักคนบอกเหตุผลในการไม่มาทำงานชมรมว่า "เกรดตก"
 
เพราะนั่นมันเป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามทีเดียวกับที่ผมเจอ
 
ไม่มีใครอ้างเหตุผลที่จะไม่นัดดูหนังกะแฟนตัวเองว่า "เกรดตก" จริงมั้ย
 
เพราะนั่นมันเป็นสิ่งที่คุณรักที่จะทำ จึงไม่ต้องมีข้ออ้างขัดแย้งใดๆ
 
เมื่อตอนปี 3 ผมก็ได้เล่นละครเวทีครั้งแรกในชีวิต
 
ทั้งเหนื่อยและท้อ โกรธรุ่นพี่ ไม่รู้ต่อกี่ครั้งที่ผมพ้ออกมาว่านี่จะเป็นงานสุดท้ายในชมรม
 
แต่ผมก็ทำด้วยความตั้งใจ ถึงมันจะเป็นปีที่เรียนหนักที่สุดสำหรับภาคเคมี
 
ผมติดสอบในวันที่ต้องแสดงละคร ผมขออาจารย์สอบนอกเวลา
 
ผมไม่ลำบากใจหรอก การแสดงละครเวทีเป็นความฝันตอนเด็กๆของผม มันต้องมาก่อน
 
แต่แล้วเมื่อการแสดงจบลง ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ดีอย่างหวัง
 
ผมเองก็ไม่ได้ออกไปไหน ยังคงอยู่ในชมรมวาทะต่อไป
 
เมื่อครั้งการแสดงสไลด์คของน้องรุ่น 89 ผมและเพื่อนเจอกับคำพูดที่เลวร้าย ทำร้ายจิตใจเหลือเกิน
 
บางคนเดินกลับบ้านไปเลย ทั้งๆที่งานยังเหลืออีกครึ่ง ผมเข้าใจ ไม่โทษพวกเค้าเลย
 
แต่พี่คนนึงบอกให้ผมอยู่ อยู่กับรุ่นน้อง ผมรักรุ่นน้องรุ่นนี้ทุกคน เราสนุกกันมาก
 
ผมจะอยู่กับน้อง อยู่เป็นครั้งสุดท้ายในฐานะสมาชิกชมรมวาทะ ผมจะหายไปเหมือนเพื่อนคนอื่นก่อนหน้านี้
 
เมื่อการแสดงรอบที่ 2 กำลังจะเริ่มขึ้น ผมกวาดสายตามองไปรอบๆหอประชุมวิศว
 
ที่นี่ผมใช้ชีวิตอยู่กับมันมากกว่าใครๆในรุ่นเดียวกัน ผมพนันเลยว่าผมใช้เวลาอยู่กับมันไม่ได้แพ้เพื่อนในชมรมเลย
 
ผมทำงาน กินข้าว นอน ปิดเปิดไฟ แอร์ ปิดหน้าต่าง ปีนหน้าต่าง ซ้อมละคร เล่นละคร คุมน้อง สารพัด
 
ขนาดถือกุญแจเปิดห้องเองยังเคยมาแล้ว
 
ผมจึงขำทุกทีเวลา เห็นรุ่นน้องเที่ยววิ่งหาแม่บ้านให้ช่วยเอากุญแจมาเปิดห้องประชุมให้
 
ภาพทั้งหมดมันกลับเข้ามา ผมร้องไห้ตอนไหนไม่รู้ นี่ผมจะไม่ได้เห็นภาพแบบนี้อีกแล้ว
 
เมื่อสไลด์คนจบ น้องๆถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน น้องๆ 89 ไม่มีใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเลย
 
น้องบางคนที่รู้เรื่อง บอกผมว่าถ้าพี่ไม่อยู่ ผมก็ไม่อยู่
 
ความจริงแล้ว ผมก็ไม่ได้ออกไปไหน สุดท้ายก็ยังคงเป็นสมาชิกชมรมเหมือนเดิม
 
ผมจะออกไปไหนได้ล่ะ ในเมื่อชมรมนี้แหละทำให้ผมเลิกความคิดที่จะลาออกจากคณะนี้
 
แล้วถ้าผมออกไปจะไปอยู่ไหน หลังจากนั้นจนถึงวันนี้ ผมก็ไม่เคยมีความคิดที่จะออกจากชมรมนี้อีกเลย
 
เพราะฉะนั้น รุ่นน้องที่บอกว่าจะออกจากชมรมนี้ ไม่เห็นออกกันซักคน
 
ไอ่พวกไม่บอกอะไรเลยต่างหากที่เดินออกไปเฉยๆ บางคนทำเหมือนไม่เคยทำงานชมรมนี้ด้วยซ้ำ
 
จนเมื่อผมเรียนจบแล้ว ผมก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องหยุดหน้าที่ในการเป็นสมาชิกชมรม
 
ผมยังคงอยากมีส่วนร่วมในงานชมรม แม้จะไม่ใช่หน้าที่ที่ต้องลงมือทำเองก็ตาม
 
จนกระทั่งตอนนี้ งานลอยกระทงกำลังจะกลับมาอีกครั้งนึง
 
ผมตั้งตารอดูงานของน้อง กลับไปในคณะ อยากเห็นบรรยากาศของน้องๆ ที่กำลังจะเร้มหน้าที่รับผิดชอบงานด้วยตัวเอง
 
ผมคอยถามข่าวคราวจากรุ่นน้องที่ผมสนิท แต่กลับพบว่าแทบจะไม่มีเพื่อนคนไหนของน้องมาลงมือช่วยกันทำเลย
 
แม้แต่พวกที่เป็นรุ่นพี่แล้ว ก็มาให้เห็นหน้าน้อยเต็มที บางคนไม่มาอีกเลยด้วยซ้ำ
 
เหลืออีกไม่กี่วัน ยังไม่มีน้องคนไหนรู้ว่าใครจะทำหน้าที่พิธีกรในงานเลย ผมหัวเสียมาก
 
และร้อนรนเหลือเกินว่า งานนี้จะออกมาดีได้อย่างไร ผมควรจะต้องทำยังไงดี เพื่อให้งานเสร็จ
 
ผมโทรไปหารุ่นน้องอีกคน (ที่เป็นปี 4) แต่ก็ได้ความเงียบมาเป็นคำตอบ ความรู้สึกหงุดหงิดเพิ่มขึ้นมาอีก
 
พอผมโทรไปปรึกษาเพื่อน คำแนะนำก็คือผมควรจะต้องทำใจ และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของน้อง
 
ทุกๆอย่างมีทางดำเนินไปของมัน เส้นทางของชมรมนี้ก็เหมือนกัน หากมันจะต้องหยุดลงผมเองก็คงทำอะไรไม่ได้
 
น้องๆมีหน้าที่ดำเนินการ สร้างสรรค์ผลงานที่ตัวเองอยากทำ หากเค้าไม่อยากทำ ผมเองก็คงจะไปจับมือใครมาบังคับให้ทำไม่ได้
 
สิ่งที่ดีที่สุด ก็คือการไปดู ให้คำแนะนำ และกำลังใจเท่านั้น นั่นคงเป็นหน้าที่ที่แท้จริงของผม
 
สิ่งที่ผมทำไปก่อนหน้านั้นที่ผมคิดว่ามันเป็นความหวังดี ความรู้สึกของน้องอาจจะไม่ใช่ก็ได้
 
คืนนี้ ผมยอมรับมันแล้ว ผมจะคอยเฝ้ามองความเป็นไปของชมรมที่ผมรัก
 
แต่ผมไม่ใช่คนที่จะสามารถประคับประคองมันให้อยู่ได้อีกต่อไป
 
ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของน้องรุ่นต่อๆไป
 
แต่หากไม่มีน้องรุ่น ต่อๆไป เส้นทางก็คงต้องหยุดเท่านี้ ผมก็คงต้องยอมรับ
 
หากมันจะไม่มีลอยกระทง อ๋อมแอ๋ม หรือแม้แต่สไลด์คน ผมก็คงเสียดาย และเสียใจอย่างที่สุด
 
แต่ทุกอย่างก็ย่อมต้องเปลี่ยนไป ขอให้วันนั้นอย่ามาถึงเร็วนักผมก็คงพอใจแล้ว....
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
November 15

คนไม่มีวาสนา

ฉันมันไม่มีวาสนา
 
ขอเธอนั้นอย่า อย่ามาสนใจ
 
ทิ้งฉันไว้คนเดียว เหลียวแลฉันทำไม
 
ฉันมันไม่คู่ควรกับเธอ
 
 
รักเรานั้นเป็นเหมือนเส้นขนาน
 
ลากมาพบกัน ก็คงไม่เจอ
 
เส้นทางที่เธอเดิน สวยงามและเลิศเลอ
 
ส่วนฉันนั้นเดินอยู่กลางทางที่มืดมน
 
 
เกิดแล้วตายอีกกี่ครั้ง ยังไม่มีสิทธิ์
 
จะคิดว่าเราต่างเป็นคู่กัน
 
เกิดแล้วตายอีกกี่ครั้ง ยังไม่เทียมทัน
 
เธอกับฉัน ต่างกันเหมือนฟ้าดิน
 
 
ฉันมันไม่มีวาสนา
 
ฝืนดวงชะตา ก็คงไม่ได้
 
เห็นเธอนั้นไปดี ฉันเองก็ดีใจ
 
ฉันไม่หวังอะไรมากไปกว่านี้
 
 
เกิดแล้วตายอีกกี่ครั้ง ยังไม่มีสิทธิ์
 
จะคิดว่าเราต่างเป็นคู่กัน
 
เกิดแล้วตายอีกกี่ครั้ง ยังไม่เทียมทัน
 
เธอ กับ ฉัน ต่างกันเหมือนฟ้าดิน
 
 
ฉันมันไม่มีวาสนา
 
ฝืนดวงชะตา ก็คงไม่ได้
 
เห็นเธอนั้นไปดี ฉันเองก็ดีใจ
 
ฉันไม่หวังอะไร มากไปกว่านี้
 
 
......เพราะฉัน
 
มัน
 
คนไม่มี
 
วาสนา.........
 
 
 
 
เศร้าจังนะ เพลงๆนี้
 
November 11

ทุกวันที่ 11 พ.ย.

ทุกๆปี เราจะต้องคอยเตือนตัวเองเสมอว่า

วันที่ 11 พฤศจิกายน เราจะต้องดูนาฬิกา

เพื่อที่จะได้เห็นว่า

วันนี้เป็นวันที่ 11 เดือน 11

เวลา 11 นาฬิกา

11
นาที

11
วินาที

เลขทุกตัวในหน้าปัดนาฬิกาจะเป็นเลขหนึ่งหมด

ถึงจะไร้สาระ แต่มันก็ตื่นเต้นดี

กี่ปีแล้วหนอ ที่คอยแต่เตือน

แต่เมื่อเวลานั้นมาถึงก็ไม่เคยได้ทำ

 

October 30

ต่างกันตรงไหน

 
ผมไม่ใช่คนบูชาเงิน

...แต่ผมก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาหาเงิน

ผมไม่ใช่พวกยึดติดกะวัตถุ

...แต่ผมชอบของสวยงาม ดูสบายตา

ผมไม่เคยคบคนที่เปลือกนอก

...แต่ลึกๆ ผมก็อยากรู้จักกับคนหน้าตาดี

ผมไม่ได้อยากมีชื่อเสียง

...แต่ผมอยากให้คนยอมรับในความสามารถของผม

ผมไม่ได้เป็นคนหลงตัวเอง

...แต่ผมมั่นใจว่าไม่ได้เกิดมาขี้เหร่

ผมไม่ใช่คนที่ใฝ่สูง

...ผมแค่อยากทำในสิ่งที่ผมรัก
October 18

เรื่องดีๆ 2 เรื่อง

เรื่องแรก
 
เราสอบใบขับขี่ผ่านแล้ว อาศัยคติที่ว่ารถไม่ใช่ของกรู
 
ล้อยังไม่ชิดก็แถเข้าไปซะเรย แตะฟุตบาทแล้วค่อยหักออกมา
 
ได้ผลแฮะ........
 
พอจอดปุ๊บ เจ้าหน้าที่เดินมาเก็บเอกสารพร้อมกับพูดว่า
 
"ไม่คาดเหรอ เซฟตี้เบลท์น่ะ"
 
กรี๊ดดดดด ลืมจริงๆด้วย รีบดึงมาคาด
 
พอเอารถไปจอด เดินออกมานอกรถแล้วนึกด่าตัวเอง
 
อุตส่าห์สอบท่านี้ผ่านแล้ว กรูจะตกเพราะไม่คาดเบลท์เนี่ยนะ
 
พอไปถึงที่รับเอกสาร เค้าให้ผ่านอ่ะ
 
ขอบคุณเค้าเป็นการใหญ่ เค้าก็เลยบอกว่าซื้อน้ำมาเลี้ยงด้วยละกัน 555
 
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ
 
กลับมาบ้านงีบ พร้อมกับใบขับขี่อีกหนึ่งใบ
 
 
เรื่องที่สอง
 
พองีบจนพอแล้วก็ตื่นมาหาไรกิน เตรียมตัวๆๆๆๆ
 
วันนี้เราเริ่มเรียนร้องเพลงเป็นครั้งแรก
 
รู้สึกว่าตัวเราอยู่ถูกที่ถูกเวลาก็คราวนี้เอง
 
สนุกดี ได้ความรู้ (ที่เราอยากจะรู้) ถึงจะยาก
 
อ้อ ครูที่สอนชื่อว่าครูเจฟ เสียงเค้าดีมาก เก่ง
 
หาผลงานเค้าฟังได้ที่อัลบั้ม School of Lucks เพลง Baby I love you
 
น่าเสียดายที่เรียนแค่สัปดาห์ละครั้ง
 
ของคุณน้องจิ๊ กะ น้องโอ๊ตที่มาเรียนเป็นเพื่อนกัน
 
Photo 1 of 194
No list items have been added yet.